![]() ![]() |
คุณควรจะซื้อหรือเช่า |
|||
ซื้อ
|
|||
| 1. ต้องจัดสรรเงินทุน หรือหาแหล่งเงินกู้เพื่อการซื้อรถ | |||
| 2. ต้องเพิ่มบุคคลากรในการจัดการงานด้านธุรการและบัญชี สำหรับเรื่อง | |||
| -
ค่าเสื่อมราคา |
- ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ | ![]() |
|
| - ค่าต่อทะเบียนภาษีประจำปี | - ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ | ||
3.
เสียเวลาในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่แน่นอนในแต่ละเดือน เช่น |
|||
- ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง |
- ค่ายาง | ||
| - ค่าแบตเตอรี่ | - ค่าบำรุงรักษาและซ่อมแซม | ||
| - ค่าน้ำมันเครื่อง,น้ำมันเบรค.น้ำมันเกียร์,น้ำกลั่น,น้ำมันเฟืองท้าย | |||
4.
งานสะดุดเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ หรือต้องซ่อมรถนาน
|
|||
|
เช่า |
|||
|
ด้านเงินทุน
|
![]() |
||
| 1. ประหยัดเงินลงทุน เพราะทางบริษัทฯ จะเป็นผู้ลงทุนในทรัพย์สินแทนท่าน | |||
| 2. ค่าเช่าต่อเดือนอาจต่ำกว่าค่าผ่อนรถ | |||
| 3. ผู้ให้เช่าเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบการซ่อมบำรุงรักษา,ค่ายาง,ค่าแบตเตอรี่ และค่าอะไหล่ อีกทั้งชำระค่าภาษีทะเบียนรถประจำปีและค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ แทนบริษัทฯ ท่าน | |||
|
ด้านธุรการ |
|||
| 1. ลดงานด้านเอกสารบัญชี-การเงิน และบริหารประมาณค่าใช้จ่ายของรถได้แน่นอน | |||
| 2. หากรถเกิดอุบัติเหตุ ต้องซ่อม ทางเราจัดหารถทดแทนให้ใช้ชั่วคราว โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม | |||
|
ด้านบัญชี |
|||
| 1. ผลประโยชน์ในด้านภาษี หักเป็นค่าใช้จ่ายในทางธุรกิจได้ | |||
| 2. หากเป็นรถประเภทกลุ่ม Pick Up หรือรถตู้ สามารถขอเครดิตภาษีซื้อได้ | |||